5 วิธีดูแลลูกเป็นหวัด โดยไม่ต้องกินยา
 
อาการไข้หวัดของเด็กๆ ถือเป็นเรื่องปกติที่เด็กทุกคนมักจะต้องเป็นกันอยู่บ่อยๆ เนื่องจากสภาพร่างกายของเขานั้นยังมีภูมิคุ้มกันโรคได้ไม่ดีเหมือนกับผู้ใหญ่ แต่หากเราปล่อยให้ลูกเป็นไข้ เป็นหวัด ตัวร้อน บ่อยๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพราะบางครั้งเป็นแล้วหายเองก็ดีไป แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่ต้องกินยาเพื่อรักษาอาการ การให้เด็กกินยาบ่อยๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ค่ะ วันนี้เราจึงมีวิธีดูแลลูกเป็นหวัดโดยไม่ต้องกินยามาฝากกันค่ะ..
 
1. กินน้ำมะเขือเทศสด มะเขือเทศจะมีวิตามินที่ช่วยไล่หวัดได้ดี และยังเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับลูกอีกด้วย โดยที่คุณแม่อาจใช้วิธีคั้นเป็นน้ำเพื่อให้ลูกทานได้ง่ายขึ้นค่ะ
 
2. เน้นให้กินอาหารที่ทำมาจาก ธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วและงา อาหารพวกนี้จะสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกได้ค่ะ
 
3. ตอนนอนควรใส่ถุงเท้า เพราะเด็กๆเวลานอนหลับสนิทส่วนมากชอบถีบผ้าห่มออกจากตัวแน่นอนค่ะ  และยิ่งเป็นเด็กเล็กที่นอนในห้องแอร์ยิ่งต้องเพิ่มความอบอุ่นให้ลูกเป็นพิเศษ การใส่ถุงเท้าให้ไม่ว่าลูกจะถีบผ้าห่มออกตอนไหนร่างกายก็ยังอบอุ่นอยู่ตลอดค่ะ
 
4. ไม่ควรอาบน้ำให้ลูกตอนไม่สบาย เพราะจะยิ่งทำให้ลูกมีอาการหนาวสั่นและไม่สบายมากกว่าเดิมค่ะ
 
5. ดูแลเรื่องที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ เรื่องที่นอนสำคัญมาก ยิ่งถ้าลูกมีอาการจาม ให้คิดไว้ว่าที่นอนคงมี ไรฝุ่น แล้วละค่ะ
ถ้าคุณแม่ดูแลเรื่องพวกนี้จนหมดแล้วลูกก็ยังไม่สบายอยู่คงต้องพึ่งการกินยาแล้วละค่ะ แต่การให้ลูกกินยาคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ หรือเภสัชกรที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวลูกค่ะ
 
ยาที่เด็กสามารถกินได้มีดังนี้ค่ะ
ยาลดน้ำมูก ส่วนมากยาลดน้ำมูกจะผสมแอลกอฮอล์ ดังนั้นคุณแม่จึงไม่ควรให้ลูกกินติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะเกิดผลเสียกับลูกได้ค่ะ
ยาแก้ไอ ก่อนซื้อมากินก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนค่ะ เพราะยาบางตัว อยู่ในกลุ่มของยาขยายหลอดลม อาจทำให้รู้สึกใจสั่นและเหนื่อยได้ค่ะ
ยาแก้แพ้ ไม่ควรกินติดกันเป็นเวลานานค่ะ เพราะยาบางตัวใส่ สเตรียรอยด์ อาจไปทำการยับยั้งภูมิคุ้มกันได้ค่ะ
ยาลดไข้ ถ้าไม่มีอาการไข้สูงมาก หรือตัวร้อนจัด ๆก็ไม่ต้องใช้ยาลดไข้ก็ได้นะคะ เพราะมีวิธีการลดไข้ โดยไม่ใช้ยาก็ได้ โดยการเช็ดตัวให้ลูกค่ะ
 
การกินยาไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนะคะ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องดูถึงความจำเป็นด้วยค่ะว่า อาการของลูกหนักแค่ไหน ต้องใช้ยาต่างๆเพื่อให้หายป่วยหรือไม่ ถ้าดูแลป้องกันได้เองก็จะดีกว่าค่ะ
 

 

คนอ่าน 561 คน