การดูแลฟันลูกรักอย่างถูกวิธี‬
 
เมื่อไรที่ควรเริ่มแปรงฟันให้ลูก? 
คำตอบ คือ ทันทีที่ฟันขึ้น แต่ต้องทำความสะอาดช่องปากด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดทุกวัน เช้า-ก่อนนอน ได้ตั้งแต่แรกเกิด ทั้งกรณีนมแม่ และนมผง 
 
แต่ถ้ากินนมแม่ไม่ต้องกินน้ำตามหลังนม เพราะในนมแม่มีสารยับยั้งแบคทีเรีย 
แต่ถ้าเป็นนมผงต้องกินน้ำเปล่าตามหลัง เพราะคราบนมผงที่ตกค้างจะเป็นอาหารของแบคทีเรียในปาก
 
ปัญหาฟันผุ ซึ่งส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการดูแลช่องปาก และฟันอย่างดี ยังเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุดในเด็กวัย 6-19 ปี วัยอนุบาลพบเด็กมากกว่า 40% มีปัญหาฟันผุ เพื่อไม่ให้พ่อแม่ละเลยต่อการดูแลสุขภาพช่องปาก และฟันของลูก ควรทำดังนี้
 
1.พาลูกพบทันตแพทย์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น งานวิจัยพบว่าการพาไปตรวจฟันตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาอะไร จะช่วยประหยัดเงินค่าใช้จ่ายสำหรับปัญหาในระยะยาว
 
2.สอนสุขนิสัยที่ถูกต้อง เช่น การแปรงฟันอย่างถูกวิธี ถ้าฟันยังไม่ขึ้น ก็ให้แปรงเหงือก โดยใช้แปรงกับน้ำเปล่าไปก่อน หรือใช้ผ้าสะอาดนุ่มๆ เช็ดให้ทั่ว แต่ถ้าฟันขึ้นแล้ว ให้ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ปริมาณเล็กน้อย แล้วใช้ผ้าเช็ดยาสีฟันออก ถ้าลูกยังบ้วนปากไม่เป็น แปรงตอนเช้า และก่อนนอน และเริ่มใช้ไหมขัดฟันตั้งแต่มีฟันตั้งแต่ 2 ซี่ที่อยู่ชิดกัน โดยให้ทันตแพทย์สอน หรือดูจาก YouTube หลังจากแปรงฟันไม่ให้กินอะไรอีก นอกจากน้ำเปล่าจนถึงเช้า ส่วนน้ำยาบ้วนปากยังไม่ใช้จนกว่าลูกจะบ้วนปากเป็น
 
3.หยุดใช้ขวดนมเพื่อใช้เป็นตัวกล่อมให้ลูกเข้านอน ไม่ว่าจะใส่น้ำผลไม้ นมผง หรือนมสด แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ขวดเพื่อเป็นตัวช่วยไปก่อนในระหว่างที่ยังฝึกไม่สำเร็จ ให้ใส่น้ำเปล่าเท่านั้น
 
4.งดน้ำผลไม้ พ่อแม่จำนวนมากคิดว่า น้ำผลไม้กินได้ไม่อั้น ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะสัมพันธ์กับโรคอ้วน และฟันผุ จึงไม่ควรกินเกิน 4 ออนซ์/วัน เป็นน้ำผลไม้คั้นสดเอง ไม่ใช่น้ำผลไม้สำเร็จรูปบรรจุกล่อง ไม่เสริฟน้ำอื่นใดที่มีน้ำตาลนอกเวลามื้ออาหาร เพื่อป้องกันปัญหากินพร่ำเพรื่อ จะนำไปสู่ปัญหาโรคอ้วน
 
5.อย่าใช้ถ้วยหัดดื่มที่มีฝาปิดนานเกินไป ควรฝึกให้ลูกดื่มจากถ้วยปกติที่ไม่มีฝาปิด เพราะมีแนวโน้มว่าเด็กจะติดนิสัยถือเดินไปเดินมาทั้งวัน ถ้าน้ำในนั้นเป็นน้ำที่มีน้ำตาล เช่น น้ำผลไม้ จะทำให้มีปัญหาฟันผุ
 
6.หยุดใช้จุกหลอกก่อนอายุ 2 ขวบ โดยทั่วไปป้าหมอจะแนะนำให้เลิกใช้จุกหลอกเมื่อลูกโตพ้นระยะขอกินพร่ำเพรื่อแล้ว คือ 3-4 เดือน ให้เบี่ยงเบนลูกไปทำกิจกรรมอื่น หรื หาของเล่นมาให้เล่น ไม่ใช่ว่าพอลูกร้องไห้ ก็เอาจุกหลอกใส่ปากเพื่อให้หลับหรือหยุดร้องไห้ จะทำให้ลูกไม่ได้ฝึกพัฒนาการด้านอื่นๆ
แต่สมาคมกุมารแพทย์สหรัฐอเมริกา แนะนำว่าการใช้จุกหลอกในช่วงปีแรก ในการพาลูกเข้านอนกลางคืน แต่ถ้าจุกหลอกหลุดออกจากปากขณะนอนหลับ ไม่ต้องใส่กลับเข้าไปใหม่ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรค SIDS โรคไหลตายในเด็กทารก คือเสียชีวิตขณะนอนหลับ แต่การใช้จุกหลอกนานเกิน 2 ปีจะมีผลต่อการสบฟัน และรูปร่างของช่องปาก
 
7.ระวังเรื่องการใช้ยา ยาน้ำสำหรับเด็กมีรสหวาน เกาะเหนียวติดฟัน เป็นสาเหตุของฟันผุ เด็กๆที่ต้องกินยาทุกวัน เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ อาจมีปัญหาฟันผุมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กินยาทุกวัน ถ้าไม่ได้แปรงฟันให้สะอาด นอกจากนี้ยาฆ่าเชื้อ และยาสเตียรอยด์ที่ใช้พ่นรักษาโรคหอบหืด เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเชื้อราในปากอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ถ้าเด็กต้องกินยาเป็นประจำ แนะนำให้แปรงฟันบ่อยขึ้นกว่าปกติเป็นวันละ 4 ครั้ง
 
8.ยึดมั่นเรื่องการรักษาความสะอาดช่องปาก ถ้าลูกขัดขืนไม่ยอม ให้พ่อแม่ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และตั้งใจแปรงให้ลูก โดยมีการจัดท่าลูกให้อยู่ในท่าที่แปรงฟันได้อย่างสะอาดเต็มที่ ด้วยท่าทีที่สงบมั่นคงไม่หวั่นไหวแต่ไม่ตะคอก เพื่อแสดงให้ลูกเห็นว่าเป็นสิ่งที่ลูกต้องทำเป็นกิจวัตรที่ละเลยไม่ได้
 
9.ฝึกลูกเริ่มแปรงฟันเองได้ตั้งแต่ 2 ขวบ แต่ยังไม่สะอาดพอจนกว่าจะ 7 ขวบ ส่วนไหมขัดฟัน คือ 10 ขวบ พ่อแม่จึงต้องช่วยด้วยเสมอ โดยเริ่มแปรงฟันพร้อมกันพ่อแม่ลูก แล้วพ่อแม่ค่อยช่วยลูกแปรงให้สะอาดอีกครั้ง
 
10.อย่ารอจนดึกเกินไป เพราะลูกอาจง่วงนอนมาก จนไม่ให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน
 
11.ให้ลูกได้เลือกซื้อแปรงสีฟัน และยาสีฟันที่พ่อแม่พิจารณามาแล้วว่าเหมาะสม
 
12.ให้รางวัลเมื่อลูกให้ความร่วมมือ เช่น สติ๊กเกอร์
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ 
คนอ่าน 359 คน