วิธีทําความสะอาดการดูแลสะดือทารกแรกเกิด

สะดือ สิ่งที่เคยเป็นสายสื่อสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกน้อย แต่เมื่อลูกน้อยคลอดออกมาแล้วสิ่งนี้ก็ดูจะหมดความหมาย แต่การดูแลยังคงต้องทำต่อ จนกว่าสะดือจะหลุดและแห้งดี ระหว่างที่สะดือยังไม่แห้งและหลุดช่วงนี้ต้องดูและเป็นพิเศษหากเกิดการติดเชื้อขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่และส่งผลต่อลูกน้อย

 
สะดือเป็นสิ่งที่ควรดูแล โดยการดูแลก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด การดูแลก็ไม่ได้ยาก โดยปกติทางโรงพยาบาลก็จะมีการจัดสำลีและแอลกอฮอล์ 70% มาให้ก่อนออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว การดูแลสะดือทารกแรกเกิด วิธีเช็ดสะดือ
1. ล้างมือผู้เช็ดให้สะอาด
2. ใช้มืออีกข้างหนึ่งดึงสายสะดือขึ้น แล้วจึงใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% พอชุ่มเช็ด รอบสะดือจากด้านในออกด้านนอก
3. ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% อีก  ก้อนหนึ่งเช็ดจากโคนสะดือไปยังปลายสะดือ

สิ่งที่ไม่ควรทำกับสะดือเด็กทารก
- กลัวการเช็ดสะดือลูก เพราะการเช็ดไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น
- เมื่อสะดือใกล้จะหลุดอาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดออกห้ามใช้แป้งและยาโรยสะดือ
- ห้ามใช้ยาโรยสะดือทุกชนิด เพราะจะทำให้ดูเหมือนสะดือแห้งดี ส่วนรอยต่อระหว่างสะดือกับผิวหนังหน้าท้องยังแฉะอยู่ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อโดยเฉพาะการติดเชื้อที่กระแสเลือดซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงทำให้ลูกมีความเสี่ยงที่จะถึงแก่ชีวิตได้
- อย่าปล่อยให้ลูกใส่เสื้อผ้าที่ไม่สะอาดหรือนอนแช่ปัสสาวะ
- ห่อหรือพันผ้าที่สายสะดือ เพราะถ้าผ้าสกปรกจะเกิดการอักเสบติดเชื้อได้มากขึ้น

การเช็ดสะดือควรเช็ดสะดือทุกวันหลังอาบน้ำจนกว่าสะดือจะหลุด ถ้าสังเกตว่าผิวรอบๆ โคนสะดือ แต่หากมีอาการเหล่านี้ควรที่จะแพทย์โดยด่วน


- สะดือแฉะ สะดือไม่แห้งหรือมีน้ำหยดจากสะดือ เวลาทารกร้องหรือแบ่งเป็นน้ำสีเหลืองหรือเขียวและอาจมีเลือดออกซิบๆ
- สะดืออักเสบ บริเวณรอบๆ ขั้วสะดือบวมแดง ลูกร้องกวน เมื่อดมดูจะได้กลิ่นผิดปกติ
- เลือดออกทางสะดือ เมื่อเอาสำลีซับจะมีเลือดติดออกมาอาจจะมีก้อนเนื้อแดงเรื่อขนาดเท่าถั่วแดงอยู่ในสะดือ
- สะดือโป่ง สะดือจุ่น เด็กบางคนเมื่ออายุใกล้จะ 1 เดือน สะดือจะโป่งออกมา โดยเฉพาะเด็กร้องเก่ง การร้องจะเป็นตัวเร่งทำให้สะดือโป่งมากขึ้น ถ้าขนาดที่โป่งออกมาไม่ใหญ่จนเกินไปอาการนี้จะหายไปเองตามธรรมชาติ ตามปกติสะดือจะยุบไปเองภายใน 2-3 เดือน แต่บางคนอาจถึง 1 ปีการดูแลสะดือทารกแรกเกิด ไม่ใช่เรื่องยากแต่คุณแม่ต้องเข้าใจ 

 

ขอขอบคุณบทความดีดีจาก I health baby

คนอ่าน 10767 คน